สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน - ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้
นโยบายแก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา-มัธยมศึกษา ๔๒
เขตพื้นที่การศึกษา เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ ที่ห้องประชุม สพฐ.
รมว.ศธ.กล่าวในที่ประชุมโดยย้ำให้ดำเนินการตาม "๓๑ นโยบายหลักด้านการศึกษา" (ตรวจสอบได้จาก www.moe.go.th/websm/31policies.pps) ซึ่งได้กล่าวถึงแนวทางนโยบายการดำเนินงานที่ผ่านมา พร้อมทั้งขอให้ช่วยเผยแพร่นโยบายให้บุคลากรในสังกัดได้รับทราบด้วย เช่น
ยึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง ดูแล
ลูกหลานประชาชนเหมือนลูกหลานของเรา
จัดการศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับเยาวชนทั้งภาคเมืองและชนบท
ปั้นนักศึกษาไทยให้เป็นมืออาชีพ เติบโตเป็นพลเมืองโลกที่ทันสมัย
ซึ่งถือเป็นอุดมการณ์หลักในการจัดการศึกษาของรัฐบาล
ปรับเลื่อนวิทยฐานะ โยกย้ายครูด้วยความเป็นธรรม สอบ แข่งขัน วัดความสามารถด้วยตนเอง ไร้เส้นสายฝากฝัง ซึ่งจะได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะ โดยใช้หลักเกณฑ์การตัดสินที่เป็นปรนัย เน้นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดกับผู้เรียน
ปรับเลื่อนวิทยฐานะ โยกย้ายครูด้วยความเป็นธรรม สอบ แข่งขัน วัดความสามารถด้วยตนเอง ไร้เส้นสายฝากฝัง ซึ่งจะได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะ โดยใช้หลักเกณฑ์การตัดสินที่เป็นปรนัย เน้นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดกับผู้เรียน
สอบ O-Net ป.๖ ม.๓ ม.๖ ทดสอบ
ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา วัดผลแต่ละช่วงชั้นประกันคุณภาพการศึกษา
นำผลไปใช้เพื่อศึกษาต่อ เชื่อมโยงการปฏิบัติงานของครูผู้สอน
เพื่อเลื่อนวิทยฐานะ โดยได้ให้มีการจัดสอบ O-Net ชั้น ป.๖ ม.๓ และ ม.๖
เพื่อสร้างมาตรฐานของประเทศ โดยในช่วงปีแรกจะใช้คะแนน O-Net
ต่อคะแนนสอบของโรงเรียนในสัดส่วน ๒๐:๘๐ และในปีต่อๆ ไปจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
จนถึงสัดส่วน ๕๐:๕๐
ขณะเดียวกันครูอาจารย์ก็จะได้สอนให้นักเรียนมีมาตรฐานเดียวกัน
จึงขอให้โรงเรียนดังๆ เชื่อมั่นผลการสอบ O-Net ด้วย
ที่สำคัญคือจะให้นำผลสอบ O-Net
ของนักเรียนมาเป็นส่วนหนึ่งของค่าคะแนนผลงานของครูและผู้บริหารในการเลื่อน
ขั้น เลื่อนตำแหน่ง และเลื่อนวิทยฐานะด้วย
๑ อำเภอ ๑ ทุน ทุน
การศึกษาสานฝันให้เด็กเก่งทุกอำเภอ เรียนต่อต่างประเทศ โดยในรุ่นที่ ๓
ได้เน้นให้เด็กเก่งไปเรียนในประเทศชั้นนำของโลก รวมทั้งสาขาที่สำคัญ เช่น
แพทยศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยต่างประเทศด้วย
ซึ่งเชื่อมั่นว่าในอนาคตจะได้คนเก่งๆ จากการไปเรียนต่อต่างประเทศ
กลับมาช่วยกันพัฒนาประเทศมากขึ้น
กระทรวงศึกษาธิการไทยใสสะอาด ต้อง
ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันสร้างความโปร่งใสในการบริหารกระทรวงศึกษาธิการ
ให้ปราศจากทุจริตคอรัปชัน หลักการที่สำคัญคือ ไม่ควรทำอะไรที่ผิด
เพราะเชื่อมั่นว่าทุกคนจะได้รับผลกรรมของตนเอง
แม้ไม่สามารถห้ามคนอื่นโกงได้ แต่ก็ไม่ควรร่วมโกงไปกับคนอื่น
แท็บเล็ต เพื่อการศึกษา สำหรับ
นักเรียน ป.๑ และ ม.๑ ทุกคน ที่ผ่านมาเป็นสิ่งยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า
ไม่มีการคอรัปชันในการจัดซื้อแท็บเล็ต
จึงฝากดูแลโครงการนี้เพราะถือเป็นเป้าหมายที่จะเติมภูมิปัญญาให้แก่ลูกหลาน
ของเราด้วยเทคโนโลยี มีความรู้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
สื่อสารภาษาอังกฤษได้ พร้อมเข้าสู่ประชาคม ASEAN โดย
มีเป้าหมาย ๘๐% ของนักเรียนทั้งประเทศ พูดภาษาอังกฤษได้
พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ ซึ่งถือว่า
สพฐ.ได้ดำเนินการอย่างชัดเจนที่ได้จัดสรรงบประมาณ ๑๕๐ ล้านบาท
ตามโครงการสนับสนุนการจ้างครูหรือการจ่ายค่าตอบแทนวิทยากรชาวต่างประเทศ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕
เพื่อให้การสนับสนุนโรงเรียนจ้างครูหรือเชิญวิทยากรต่างชาติช่วยสอนภาษา
อังกฤษและภาษาต่างชาติอื่น เช่น จีน ญี่ปุ่น และภาษาประเทศเพื่อนบ้าน
รวมทั้งสิ้น ๔,๕๐๐ คน โดยสอนภาษาต่างประเทศอื่นๆ ๕๐๐ คน
ซึ่งทำให้ปัจจุบันมีครูต่างชาติเข้ามาสอนภาษาเพิ่มขึ้นจากเดิม ๓,๐๐๐ คน
เป็น ๗,๐๐๐ คน
พร้อมทั้งจะจัดสรรงบประมาณสนับสนุนค่าตอบแทนครูที่จ้างสอนประมาณรายละ
๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน โดยมุ่งหวังที่จะให้มีครูต่างชาติเข้ามาช่วยสอนจำนวน
๑๐,๐๐๐ คน ภายในปีการศึกษา ๒๕๕๖
เรียนดีอย่างมีคุณภาพ ตั้งแต่อนุบาลจนจบ ม.๖ ซึ่ง
รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษา ๕ ส่วน คือ ค่าเล่าเรียน
ค่าเครื่องแบบ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าหนังสือเรียน และค่ากิจกรรม
หลักการคือไม่บอกว่าเรียนฟรี แต่เป็นการจัดสรรให้ในระดับ Minimum
โดยให้ผู้ปกครองนำเงินไปซื้อเอง
โรงเรียนร่วมพัฒนา ซึ่ง
เป็นนโยบายที่ต้องการรวมพลังครู นักเรียน เพื่อความแข็งแกร่งทางวิชาการ
พร้อมสื่อการสอนสมัยใหม่ ยานพาหนะรับส่ง โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็ก
อาจใช้รูปแบบแนวทางพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก ตามแนวทางการดำเนินงานของ
“แก่งจันทร์โมเดล” หรือรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมก็ได้
ซึ่งการประชุมครั้งนี้ได้รับทราบรูปแบบการดำเนินงานของ สพป.อุบลราชธานี เขต
๑ ที่ได้มีการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กมีนักเรียนต่ำกว่า ๕๐ คน ได้มากถึง ๑๑
โรง
กระทรวงศึกษาไทย ปลอดภัย ไร้บุหรี่ ได้
เคยหารือกับมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
เกี่ยวกับการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ในสถานศึกษา
โดยนอกจากจะขอให้ติดป้ายห้ามสูบบุหรี่หน้าสถานศึกษาแล้ว
ขอให้ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา เป็นแบบอย่างที่ดี โดยเลิกสูบบุหรี่
แต่หากยังไม่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ ก็ไม่ควรสูบให้ผู้อื่นเห็น
หลักสูตรคิดเป็น ทำเป็น ไม่
ต้องการให้ครูสอนมากมายจนนักเรียนไม่มีเวลาจะคิด จึงขอให้ลดหลักสูตรท่องจำ
ให้เรียนรู้ด้วยความเข้าใจ ใช้ปัญญา จินตนาการอย่างไม่สิ้นสุดมากขึ้น
ภาพ สถาพร ถาวรสุข
โอกาสนี้ ผอ.สพท.ได้แสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานตามนโยบาย รวมทั้งได้มีข้อเสนอบางประเด็น เช่น
ต้องการให้มีการแก้ไขระเบียบกรรมการคุรุสภา
ที่ต้องการให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาเลือกมาเช่นเดียวกับ ก.ค.ศ.
ต้องการให้พรรคการเมืองต่างๆ
หารือร่วมกันในการจัดลำดับความสำคัญด้านการศึกษา
เพราะเมื่อเปลี่ยนรัฐมนตรีหรือรัฐบาล
จะได้ไม่เปลี่ยนนโยบายทางการศึกษามากจนเกินไป
และส่งผลกระทบต่อการศึกษาของประเทศ
อีก
ประเด็นที่สำคัญ คือ สนับสนุนนโยบายกระทรวงศึกษาธิการไทยใสสะอาด
ที่ได้สร้างความโปร่งใสในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับ
ราชการเป็นข้าราชการครู การสอบคัดเลือกผู้บริหารและรองผู้บริหาร
ที่ได้ใจครูทั้งประเทศ แต่ยังเหลืออีกตำแหน่งที่ยังไม่ได้ดำเนินการ คือ
ตำแหน่ง ผอ.กลุ่มในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา-มัธยมศึกษา ซึ่งปัจจุบันมี
๗ กลุ่ม คือ กลุ่มอำนวยการ กลุ่มการเงินและสินทรัพย์ กลุ่มบริหารงานบุคคล
กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา กลุ่มนโยบายและแผน กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน
และหน่วยตรวจสอบภายใน ซึ่งตำแหน่ง ผอ.กลุ่มนั้น สามารถสอบในตำแหน่ง
ผอ.สพท.หรือ รอง ผอ.สพท.ได้ เทียบเท่า ผอ.สถานศึกษา
แต่การสรรหายังเป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ.เขตฯ และ ผอ.สพป. หรือ ผอ.สพม.อยู่
จึง
ต้องการให้มีการจัดสอบจากส่วนกลางเช่นเดียวกับ ผอ./รอง ผอ.สถานศึกษา หรือ
ผอ.สพป./สพม. และต้องการให้ส่วนกลางมีอำนาจการโยกย้าย
เพราะปัจจุบันไม่สามารถย้าย ผอ.กลุ่มได้ แม้จะมีปัญหา
เพราะแต่ละเขตไม่มีอำนาจสั่งย้ายไปอีกเขตหนึ่งได้ หากอีกเขตหนึ่งไม่รับย้าย