"อัตราว่างที่แต่ละเขตพื้นที่ฯมีอยู่ จะใช้บรรจุแต่งตั้งพนักงานราชการ ครูอัตราจ้าง และลูกจ้างประจำ เป็นครูผู้ช่วย 25% ส่วนอัตราว่างที่เหลือ แต่ละเขตพื้นที่ฯจะเรียกบรรจุจากบัญชีเขตพื้นที่ฯ ถ้าเขตพื้นที่ฯใดไม่มีบัญชี สามารถเปิดสอบครูผู้ช่วยใหม่ได้" นายไกรกล่าว
นายไกรกล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าการยื่นคำร้องขอย้ายประจำปีครั้งที่ 2 ของข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนดให้ยื่นที่เขตพื้นที่ฯ ระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น เขตพื้นที่ฯจะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้อง จากนั้นจะประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองของเขตพื้นที่ฯ แล้วนำผลกลั่นกรองเข้าสู่ที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะพิจารณาพร้อมกันทั้งผู้ที่ยื่นคำร้องขอย้ายภายในเขตพื้นที่ฯ และข้ามเขตพื้นที่ฯ โดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องปฏิบัติงานในสถานศึกษาครบ 12 เดือน ยกเว้นกรณีพิเศษ เช่น กรณีเจ็บป่วย เป็นต้น ทั้งนี้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กันยายน จากนั้นผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ลง นามอนุมัติ ก่อนจะส่งสำเนาคำสั่งให้ สพฐ.รับทราบภายใน 7 วัน ยกเว้นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ ที่ต้องเสนอให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นผู้อนุมัติ
"อย่างไรก็ตาม ถ้าระหว่างนั้นมีตำแหน่งว่างจาก การลาออก หรือเสียชีวิต เขตพื้นที่ฯสามารถกำหนดปฏิทิน ให้ยื่นคำร้องขอย้ายได้ใหม่ และภายหลังการรับย้ายปกติแล้ว จะเรียกบรรจุแต่งตั้งจากบัญชีผู้สอบของเขตพื้นที่ฯ แต่ถ้า ไม่มี เขตพื้นที่ฯสามารถขอใช้บัญชีรวมของ สพฐ.ได้" นายไกรกล่าว
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน