Mattayom31 News

หน้าเว็บ

  • หน้าแรก
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • ข่าวและกิจกรรม
  • ข่าวการศึกษา
  • ข่าวครูไทย
  • ข่าวสาระน่ารู้
  • ข่าวไอซีที
  • สอบครูผู้ช่วย
  • kru2know.com
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวครูไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวครูไทย แสดงบทความทั้งหมด

สสวท.มอบทุนผลิตสุดยอดครูวิทย์-คณิตป.โท

สสวท.จับมือสถาบันผลิตครู 12 แห่ง ผลิตสุดยอดครูคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ ระดับปริญญาโท คาด 6 ปี จะเพิ่มครู ป.โท ได้ 4,000 คน สนใจสมัคร www3.ipst.ac.th/dpst

วันนี้ (29 ต.ค.) ที่โรงแรมสยามซิตี้ ศ.กิตติคุณ ดร.มนตรี จุฬาวัฒนทล ประธาน สสวท.เป็นประธานสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวระหว่างเป็นประธานแถลงข่าวพิธีลงนามความร่วมมือผลิตครู โครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สควค.) ระดับปริญญาโททางการศึกษา ระหว่าง สสวท.และศูนย์มหาวิทยาลัยร่วมผลิตครู สควค.12 แห่ง และประชาสัมพันธ์ทุนการศึกษา ระดับปริญญาโททางการศึกษา ที่มีความสามารถพิษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ว่า สสวท.ได้ริเริ่มดำเนินการส่งเสริมการพัฒนาครูด้านวิทยาศาสตร์ในระดับโรงเรียนมาเป็นเวลา 16 ปี ซึ่งโครงการ สควค. ระยะนี้เป็นระยะที่ 3 นี้ มีเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการตอบสนองความต้องการของประเทศชาติ ความต้องการครูคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ที่เข้มแข็ง เพราะมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะเพื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ถือเป็นความท้าทายของสถาบันการผลิตครูที่ต้องเพิ่มเติมความสามารถเป็นพิเศษ ซึ่งสถาบันผลิตครูทั้ง 12 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการจะเป็นพลังในการพัฒนาครู โดย สสวท.ทำหน้าที่เพียงจุดประกาย ส่งเสริมสนับสนุนให้ทุน
อ่านต่อ »
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest
ป้ายกำกับ: ข่าวครูไทย

ครม.เห็นชอบปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา


สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ ๗/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๕ ณ ห้องเฉวง ชั้น ๓ อาคารวิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ๒ เรื่อง คือ เห็นชอบการปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และเห็นชอบร่างกฎกระทรวงฯ กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
 เห็นชอบการปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา) 
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ ๔ (ฝ่ายเศรษฐกิจ) ซึ่งมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ ในคราวประชุม ครั้งที่ ๑๔/๒๕๕๕ ดังนี้
๑. เห็นชอบการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุ ตามคุณวุฒิการศึกษาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕

๒. เห็นชอบการปรับเงินเดือนชดเชย ผู้ได้รับผลกระทบจากการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุใหม่ โดยให้มีผลใช้บังคับพร้อมกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุด้วย ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕

๓. เห็นชอบหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) รับรอง เพื่อการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้
- กำหนดอัตราเงินเดือนตามคุณวุฒิที่ ก.ค.ศ. รับรองเพื่อการบรรจุและแต่งตั้งผู้เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ ให้ได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิ

- กำหนดให้ผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามคุณวุฒิ

- การกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับคุณวุฒิของตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตาม มาตรา ๓๘ ค. (๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ ให้นำกฎ ระเบียบ และหนังสือเวียนของ ก.พ.มาใช้บังคับโดยอนุโลม

- ในกรณีที่ต่างไปจากที่กำหนดไว้นี้ ให้เสนอ ก.ค.ศ. พิจารณา

อ่านต่อ »
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest
ป้ายกำกับ: ข่าวครูไทย

"พนิตา"สั่งสำรวจยอดหนี้ครูทั้งระบบ ตั้งเป้าลดเงินกู้ช.พ.ค.-หนุนสอนหารายได้เสริม


นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาหนี้สินครูว่า ประเด็นสำคัญ คือ การลดดอกเบี้ยเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) โดยจะให้ทางสกสค.สำรวจจำนวนยอดหนี้ที่มีอยู่ทั้งระบบ เพื่อดูว่าจะสามารถลดดอกเบี้ยได้มากที่สุดเท่าไหร่ ให้เป็นไปตามเป้าหมายของการจัดตั้งช.พ.ค. ที่ไม่หวังกำไร แต่เพื่อช่วยเหลือสวัสดิการเพื่อนครู ขณะเดียวกันต้องตั้งเป้าว่า ผลสำเร็จของช.พ.ค. อยู่ที่ครูกู้น้อย และต้องสร้างความเข้าใจให้ครูเป็นต้นแบบที่ดีกับสังคม จะต้องมีตัวกำกับที่กำหนดระยะเวลา ว่าผ่านไป 1 ปี แล้วให้กู้เพิ่ม ก็อาจจะต้องเพิ่มเป็น 2 ปี หรือจะต้องให้ยอดหนี้ลดลงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ก่อน ถึงจะสามารถกู้เพิ่มได้

อ่านต่อ »
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest
ป้ายกำกับ: ข่าวครูไทย

“น.ศ.”ร้องบรรจุครูพันธุ์ใหม่ช้า สพฐ.รับมีปัญหา-เร่งขอ 426 อัตรา


ผู้สื่อข่าว “มติชน” ได้รับการร้องเรียนจากตัวแทนนักศึกษาในโครงการครูพันธุ์ใหม่ปี 2553 กรณีการเรียกบรรจุเป็นข้าราชการครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าขณะนี้มีนักศึกษาที่จบการศึกษาจากโครงการครูพันธุ์ใหม่นี้จำนวนมาก ยังไม่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการครูเลย และเมื่อสอบถามไปยังเขตพื้นที่การศึกษาก็ไม่ได้รับคำตอบและเจ้าหน้าที่ไม่ สามารถบอกได้ว่าจะได้รับการบรรจุเมื่อไร จึงทำให้นักศึกษาที่จบจากโครงการดังกล่าวมีความเคว้งคว้างมากและเกรงว่าจะ ไม่ได้รับการบรรจุ
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องว่ากันตามกฎระเบียบและต้องไปตรวจสอบดูข้อเท็จจริง ว่าทำไมนักศึกษาที่จบจากโครงการครูพันธุ์ใหม่ถึงยังไม่ได้รับการบรรจุ ซึ่งได้มอบให้สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) ไปตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องไปดูว่ากลุ่มที่ยังไม่ได้รับการบรรจุเป็นกลุ่มที่ได้รับการจัดสรรอัตรา บรรจุหรือไม่ และหากมีการจัดสรรอัตราไว้รองรับแล้ว แต่หากยังมีความล่าช้าทางเขตพื้นที่การศึกษาก็ควรต้องเร่งดำเนินการ แต่ทั้งหมดนี้ต้องไปตรวจสอบข้อมูล และข้อเท็จจริงก่อน
ด้านนายไกร เกษทัน ผู้อำนวยการ สพร. กล่าวว่า ในปีนี้ สพฐ.ได้จัดสรรคืนอัตราเกษียณอายุราชการปี 2554 ให้แก่เขตพื้นที่การศึกษามีความล่าช้าเนื่องจากต้องรอการจัดสรรคืนอัตราจาก คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ทำให้สามารถจัดสรรคืนอัตราไปให้เขตพื้นที่การศึกษาได้ในวันที่ 7 กันยายน ซึ่งการจัดสรรอัตราดังกล่าวได้จัดเพื่อการบรรจุแต่งตั้งนักศึกษาทุนรัฐบาลใน โครงการครูพันธุ์ใหม่ และโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และ คณิตศาสตร์ (สควค.) แต่จะมีบางเขตพื้นที่การศึกษาที่มีอัตราว่างที่ได้รับคืนไม่เพียงพอต่อการบ รรจุ จึงทำให้ขณะนี้มีนักศึกษาที่ยังไม่ได้รับการบรรจุจำนวน 426 อัตรา โดย สพฐ.ได้เสนอขออนุมัติสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เพื่อขอกำหนดตำแหน่งแล้ว และได้รับแจ้งว่าบางเขตพื้นที่การศึกษาได้นำอัตราว่างที่มีอยู่ใช้แก้ปัญหา ไปพลางก่อน ฉะนั้น จึงขอให้นักศึกษาในโครงการครูพันธุ์ใหม่รอไปก่อน และภายในเดือนพฤศจิกายน ก็น่าจะแก้ไขปัญหาได้


ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest
ป้ายกำกับ: ข่าวครูไทย

กระทรวงศึกษายืนยันไม่ลอยแพครูอัตราจ้างกว่า 8,000 คนที่เคยออกมาเคลื่อนไหวให้ต่อสัญญาจ้าง


นางเบญจลักษณ์  น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวภายหลังเดินทางมาเป็นประธานเปิดงานมหกรรมทางวิชาการทางการสุดยอดมัธยมบุรีรัมย์ก้าวนำสู่สากล ที่โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ว่าครูอัตราจ้างงบไทยเข้มแข็ง 2  โครงการ  มีสัญญาจ้างครั้งละ 3 ปีในโครงการยกระดับครูทั้งระบบ (Sp2)และโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ - วิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 8,000 คนที่เคยร่วมกันออกมารวมตัวเคลื่อนไหวยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ  ร้องขอให้ช่วยเหลือและต่อสัญญาจ้างครูอัตราจ้างทั้งสองโครงการ  ที่หมดสัญญาจ้างในเดือนก.ย. หรือสิ้นปีงบประมาณที่ผ่านมา  ต่อกระทรวงศึกษาที่กรุงเทพมหานครหลายครั้งเพราะเกรงว่ากระทรวงฯจะเลิกจ้างลอยแพทำให้ตกงานได้รับความเดือดร้อนนั้นซึ่งกรณีดังกล่าวทางกระทรวงฯยืนยันจะไม่ทอดทิ้งตามที่ครูอัตราจ้างหวั่นวิตกจะมีการดูแลต่อไป   
นางเบญจลักษณ์ กล่าวอีกว่า  ขณะนี้ครูอัตราจ้างจำนวนดังกล่าว บางส่วนอยู่ในระหว่างการประเมินคุณภาพและผลงานเข้าเพื่อพิจารณาบรรจุเข้ารับราชการครูส่วนการบรรจุจะได้มากหรือน้อยเพียงใดนั้นยังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลของครูเกษียณอายุและครูที่สอบบรรจุเข้ามารับราชการครูใหม่พร้อมเชื่อว่าครูอัตราจ้างทุกคนเป็นกำลังในการทำงานร่วมในการพัฒนาการศึกษาตามนโยบายของกระทรวงศึกษาได้เป็นอย่างดีมั่นใจว่าจะไม่ทอดทิ้งอย่างแน่นอน
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest
ป้ายกำกับ: ข่าวครูไทย

ขรก. ครู 8.63 หมื่นคนยิ้มร่า ไฟเขียวเพิ่มเงินเดือนแรกบรรจุ มีผลย้อนหลัง 1 ม.ค. 2555


ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ด้านเศรษฐกิจ ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง เป็นประธาน มีมติเห็นชอบการปรับเพิ่มเงินเดือนแรกบรรจุตามวุฒิการศึกษาของข้าราชการครูและบุคลากรการศึกษาทั่วประเทศรวม8.63 หมื่นคนเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการพลเรือนสามัญ ที่ปรับขึ้นไปเป็นเดือนละ 1.5 หมื่นบาท
ทั้งนี้ ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่1 ม.ค. 2555 โดยจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งต่อไป
นอกจากนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองฯ มีมติเห็นชอบการปรับเงินเดือนเพื่อชดเชยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่มเงินเดือนแรกบรรจุของข้าราชการครูและบุคลากรการศึกษา โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 เช่นกัน

อ่านต่อ »
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest
ป้ายกำกับ: ข่าวครูไทย

ครูเฮ "เงินตกเบิกวิทยฐานะ" ถึงมือ "สพฐ." แล้ว เตรียมเบิกจ่าย สิ้นเดือนนี้รับเงินเดือนใหม่กันเลย


ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก ที่ปรึกษาด้านพัฒนากระบวนการเรียนรู้ สพฐ. ได้กล่าวผ่านจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ ฉบับที่ 7/2555 (08/10/2555) เกี่ยวกับเงินตกเบิกวิทยฐานะ ดังนี้ 
 เงินตกเบิกวิทยฐานะ
ขณะนี้งบประมาณสำหรับเบิกจ่ายตกเบิกวิทยฐานะมาถึง สพฐ.เรียบร้อยแล้ว ผมประสานไปยังเจ้าหน้าที่ที่ทำเรื่องเงินตกเบิกวิทยฐานะของ สพร.(คุณเขมจิรา) ทราบว่า ขณะนี้ สพร.ให้ทุกเขตพื้นที่ยืนยันข้อมูลไปยัง สพฐ.ว่ามีครูและบุคลากรทางการศึกษาท่านใดบ้างที่จะได้รับเงินตกเบิกในครั้งนี้และจะได้รับเท่าไร โดยให้ยืนยันไปที่ สพฐ.ภายในวันศุกร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา จากนั้น สพร.ก็จะแจ้ง สนผ.ที่ผมดูแลอยู่ว่าจะใช้เงินเงินเท่าไร(สนผ.เตรียมไว้พร้อมแล้วครับ) และขออนุมัติท่านเลขาธิการ เมื่อท่านเลขาธิการอนุมัติ ก็จะแจ้งเขตพื้นที่ให้ทำเรื่องเบิกเงินให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาดังกล่าว จากนั้นจะเร็วจะช้าก็อยู่ที่เขตพื้นที่แล้วละครับ เอ้า เริ่มตรวจสอบตั้งแต่ขั้นแรกเลย เขตแจ้งยืนยันไปยัง สพฐ.หรือยังเอ่ย และสิ้นตุลาคมนี้เงินเดือนและค่าตอบแทนวิทยฐานะก็จะปรับเป็นปัจจุบัน คือ รับอัตราใหม่กันไปเลย

ที่มา : http://www.kroobannok.com/53509
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest
ป้ายกำกับ: ข่าวครูไทย

แจง "เกณฑ์วิทยฐานะใหม่" ยังไม่ยุติ


เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม นายสุบรรณ ไชยศิริโชติ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบบริหารงานบุคคล ใน ฐานะหัวหน้าโครงการยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะแนวทางใหม่ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า จากที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) เสนอให้สำนักงาน ก.ค.ศ.พิจารณาปรับแก้กรอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะด้วยข้อตกลงการปฏิบัติงาน (Performance Agreement) โดยเสนอให้ใช้ฟาสต์แทรก (Fast Track ) เลื่อนวิทยฐานะ 1 ปี ถ้าหากผลคะแนนประเมินของคณะกรรมการ 3 คนเป็นเอกฉันท์และได้คะแนนสูง โดยวิทยฐานะชำนาญการ (ชก.) ได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70, วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ (ชกพ.) คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75, วิทยฐานะเชี่ยวชาญ (ชช.) คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 และวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ (ชชพ.) คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 85 สามารถเสนอให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา หรือ ก.ค.ศ.แล้วแต่กรณี พิจารณาอนุมัติได้ เมื่อสามารถพัฒนางานภายในปีเดียวนั้น ปรากฏว่าหลังจากมีข่าวนี้ออกมา มีผู้สอบถามมายังสำนักงาน ก.ค.ศ. จำนวนมากว่า ก.ค.ศ. มีมติเช่นนั้นแล้วหรือไม่ จะขอได้วันนี้หรือไม่
ดังนั้น ขอชี้แจงว่าขณะนี้สำนักงาน ก.ค.ศ. กำลังประชุมสัมมนาเพื่อยกร่างหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะแนวทางใหม่ตามมติ ก.ค.ศ. โดยเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนส่วนราชการ นักวิชาการ ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันพิจารณา โดยยึดหลักต้องพัฒนางานตามข้อตกลงอย่างน้อย 2 ปีทุกวิทยฐานะ ไม่มีการฟาสต์แทรก

"ส่วนที่มีข่าวว่ามีการเสนอฟาสต์แทรกที่จะให้ พัฒนางาน 1 ปี และอนุมัติได้เลยนั้น คงจะเป็นเรื่องที่พิจารณาในส่วนของ สพฐ.เอง ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการจะเป็นอย่างไรนั้น จะต้องได้รับการพิจารณาอนุมัติจาก ก.ค.ศ. ก่อน ดังนั้น หาก ก.ค.ศ. พิจารณาเป็นอย่างไรแล้วจะแจ้งให้เพื่อนข้าราชการครูได้ทราบต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและจะได้ถือปฏิบัติได้ถูกต้องด้วย" นายสุบรรณกล่าว



ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest
ป้ายกำกับ: ข่าวครูไทย

"พนง.-ลูกจ้าง"เฮ!บรรจุครูผช. 25% สพฐ.ลุ้นได้ 7.6 พันอัตราคืนภายในส.ค.นี้ จี้ 225 สพท คำนวณที่นั่ง

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม นายไกร เกษทัน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (สพร.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า ในการ คัดเลือกพนักงานราชการ ครูอัตราจ้าง และลูกจ้างประจำ เพื่อบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย เนื่องจากกรณีพิเศษ และมีเหตุความจำเป็น ตาม ว12 นั้น สพฐ.ได้ ทำเรื่องเสนอคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เพื่อขอคืนอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการ ปี 2554 จำนวน 7,600 อัตรา คาดว่าจะได้คืนภายในเดือนสิงหาคมนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกพนักงานราชการ ครูอัตราจ้าง และลูกจ้างประจำเพื่อบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยฯ ตาม ว12 นั้น กำหนดให้ใช้อัตราว่างบรรจุกลุ่มดังกล่าวเป็นข้าราชการครู 25% ดังนั้น หลังจากที่ได้อัตราว่างกลับคืนมา สพฐ.จะแจ้งให้เขตพื้นที่การศึกษาให้กำหนดอัตราว่าง โดยคำนวณว่า 25% จากอัตราว่างที่เขตพื้นที่ฯมีอยู่คิดเป็นกี่อัตรา เพื่อประกาศรับสมัคร ทั้งนี้ สพฐ.จะกำหนดปฏิทินเพื่อดำเนินการพร้อมกัน 225 เขตพื้นที่ฯทั่วประเทศ

"อัตราว่างที่แต่ละเขตพื้นที่ฯมีอยู่ จะใช้บรรจุแต่งตั้งพนักงานราชการ ครูอัตราจ้าง และลูกจ้างประจำ เป็นครูผู้ช่วย 25% ส่วนอัตราว่างที่เหลือ แต่ละเขตพื้นที่ฯจะเรียกบรรจุจากบัญชีเขตพื้นที่ฯ ถ้าเขตพื้นที่ฯใดไม่มีบัญชี สามารถเปิดสอบครูผู้ช่วยใหม่ได้" นายไกรกล่าว

นายไกรกล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าการยื่นคำร้องขอย้ายประจำปีครั้งที่ 2 ของข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนดให้ยื่นที่เขตพื้นที่ฯ ระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น เขตพื้นที่ฯจะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้อง จากนั้นจะประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองของเขตพื้นที่ฯ แล้วนำผลกลั่นกรองเข้าสู่ที่ประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งจะพิจารณาพร้อมกันทั้งผู้ที่ยื่นคำร้องขอย้ายภายในเขตพื้นที่ฯ และข้ามเขตพื้นที่ฯ โดยผู้ยื่นคำร้องจะต้องปฏิบัติงานในสถานศึกษาครบ 12 เดือน ยกเว้นกรณีพิเศษ เช่น กรณีเจ็บป่วย เป็นต้น ทั้งนี้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กันยายน จากนั้นผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ลง นามอนุมัติ ก่อนจะส่งสำเนาคำสั่งให้ สพฐ.รับทราบภายใน 7 วัน ยกเว้นวิทยฐานะเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ ที่ต้องเสนอให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นผู้อนุมัติ

"อย่างไรก็ตาม ถ้าระหว่างนั้นมีตำแหน่งว่างจาก การลาออก หรือเสียชีวิต เขตพื้นที่ฯสามารถกำหนดปฏิทิน ให้ยื่นคำร้องขอย้ายได้ใหม่ และภายหลังการรับย้ายปกติแล้ว จะเรียกบรรจุแต่งตั้งจากบัญชีผู้สอบของเขตพื้นที่ฯ แต่ถ้า ไม่มี เขตพื้นที่ฯสามารถขอใช้บัญชีรวมของ สพฐ.ได้" นายไกรกล่าว



ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน




ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest
ป้ายกำกับ: ข่าวครูไทย

กรมบัญชีกลางเตือนผู้เกษียณอายุก่อนกำหนดยื่นรับเงินช่วยเหลือ

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวถึงโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดไม่เกิน 5 ปีงบประมาณ ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555 ให้ผู้ที่ได้รับเงินช่วยเหลือตามมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 เป็นต้นไป ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายกรมสรรพากร เพื่อให้มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่เข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ติดต่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน เพื่อยื่นเรื่องขอรับเงินและขอเบิกเงินช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าว ให้เสร็จสิ้นในเดือนธันวาคม 2555 เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษี 2555 หากยื่นภายหลัง ต้องนำมารวมเป็นรายได้เพื่อคำนวณภาษี และกรมบัญชีกลางจะหักภาษีเงินได้ไว้ก่อน จนกว่าการแก้ไขกฎหมายจะแล้วเสร็จ จึงจะขอคืนภาษีได้ภายหลัง นายรังสรรค์ กล่าวด้วยว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2554 มีผู้ที่เข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด 26,642 คนใช้งบประมาณจ่ายเงินช่วยเหลือ 10,060 ล้านบาท สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ตามกรอบจำนวนผู้เข้าร่วมมาตรการฯ มี27,089 คน แต่จะมีผู้เข้าโครงการเท่าใดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละส่วนราชการ ว่าจะอนุมัติจำนวนเท่าใด ข้อมูลจากเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการ
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest
ป้ายกำกับ: ข่าวครูไทย

ศธ.มอบรางวัลครูสอนดี


ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา - ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานกรรมการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน คนที่ ๑ เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรแก่ครูผู้รับทุน "ครูสอนดี" ซึ่งมาจากครูสอนดีที่สอนเด็กด้อยโอกาส จำนวน ๕๔๙ คน และรางวัลจังหวัดดีเด่น โดยผู้แทนจากจังหวัด ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีระดับจังหวัดเข้าร่วมงานกว่า ๑,๐๐๐ คน เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๕ จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ

ภายหลังพิธีมอบรางวัล รมว.ศธ.ได้กล่าวถึงพลังจังหวัดและท้องถิ่นในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนว่า ปัจจุบันสังคมไทยยังเผชิญปัญหาเด็กเยาวชนผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา จากข้อมูลของสารสนเทศทางการศึกษา ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงศึกษาธิการ ปี ๒๕๕๑ พบว่า ยังมีเด็กที่ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ประมาณ ๒-๓ ล้านคน หรือคิดเป็น ๑ ใน ๕ ของประชากรเด็กและเยาวชนไทยทั้งระบบ ตั้งแต่เด็กที่กำลังเผชิญกับปัญหาความยากจน ถูกบังคับใช้แรงงาน อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล อยู่ในสถานพินิจ ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ยังไม่รวมถึงที่มีภาวะความบกพร่องในการเรียนรู้ เช่น แอลดี สมาธิสั้น ออทิสติค ซึ่งจากข้อมูลของสถาบันรามจิตติ ในปี ๒๕๕๔ พบว่า มีจำนวนเกือบ ๒ ล้านคน ที่เป็นเด็กกลุ่มเสี่ยงแม้ยังอยู่ในระบบการศึกษา แต่เสี่ยงต่อการออกกลางคัน
รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ควบคู่กับการยกระดับการศึกษาและการเรียนรู้สู่มาตรฐานสากลไปพร้อมกัน จึงเป็นที่น่ายินดีที่ สสค. ซึ่งเป็นองค์กรเล็กๆ ที่ตั้งขึ้นมาดูแลรับผิดชอบงานด้านการดูแลเด็กด้อยโอกาส เพื่อลดช่องว่างทางคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้เป็นการเฉพาะ ได้ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จากชุมชนและจังหวัดคัดเลือกครูสอนดี  ด้วยกระบวนการคัดเลือกแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน มากกว่า ๑๕๐,๐๐๐ คน แสดงให้เห็นถึงพลังของจังหวัดและท้องถิ่น ที่ทุกภาคส่วนมาร่วมมือกันในการคัดเลือก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่รัฐบาลจะพยายามสานต่อความร่วมมือให้เป็นการร่วมพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และทำให้มั่นว่าการขยายผลการทำงานในเรื่องการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนจึงน่าจะไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ด้วยเครือข่ายครูดีนับหมื่นคนที่พร้อมจะเป็นผู้ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ในระดับชุมชนท้องถิ่น
 
 
 
 
 
โครงการครูสอนดี จึงเป็นการระดมความร่วมมือจากสังคมและชุมชนท้องถิ่นเข้ามาร่วมกันคัดเลือกครูที่มีผลงานเชิงประจักษ์ จนได้ครูสอนดีจำนวนทั้งสิ้น ๑๘,๘๗๑ คน ที่อยู่ในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา ในจำนวนนี้มีครูสอนดีที่สอนเด็กด้อยโอกาส ซึ่ง สสค.ได้จัดงบประมาณ “ทุนครูสอนดี” รายละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อจัดทำโครงการขยายผลการพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนด้อยโอกาส ในระยะเวลา ๑๘ เดือน โดยมีครูผู้รับทุนจำนวนทั้งสิ้น ๕๔๙ คน ซึ่งจากผลสำรวจ พบว่าจำนวนเด็กด้อยโอกาสที่อยู่ภายใต้การดูแลของครูสอนดี ในปี ๒๕๕๕ มีจำนวนเกือบ ๗๐,๐๐๐ คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กยาก จนจำนวน ๓๓,๕๒๓ คน รองลงมาคือด้วยเด็กพิการทางร่างกายและสมอง ๑๖,๑๑๑ คน เด็กในพื้นที่ห่างไกล ๓,๐๔๓ คน เด็กถูกทอดทิ้ง ๑,๔๘๘ คน เด็กจากสถานพินิจ ๑,๒๘๐ คน ตามลำดับ ส่วนที่เหลือจะมีทั้งเด็กติดยาเสพติด ลูกแรงงานต่างด้าว แม่วัยรุ่น ถูกบังคับค้าประเวณี และติดเชื้อHIV โดยครูที่สอนเด็กด้อยโอกาสต้องการให้สนับสนุนการทำงานในด้านนวัตกรรมและสื่อการเรียนการสอน รวมทั้งอุปกรณ์เทคโนโลยี และสื่อ ICT มากที่สุด รองลงมาต้องการงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานรวมถึงเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาส และบุคลากร วิทยากร ครูช่วยสอน และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อเป็นที่ปรึกษาในการทำงาน ตามลำดับ

ภาพ นวรัตน์ รามสูต
สำหรับรางวัลในการดำเนินงานโครงการคัดเลือกครูสอนดีในปีแรกนี้ ได้มีการคัดเลือกจังหวัดและครูเข้ารับรางวัล ดังต่อไปนี้
· จังหวัดที่มีกระบวนการคัดเลือกดีเด่น โดยดำเนินงานอย่างมีส่วนร่วม และมีความโปร่งใส จำนวน ๑๐ จังหวัด  ได้แก่ กำแพงเพชร จันทบุรี ชัยภูมิ น่าน เพชรบุรี ภูเก็ต ยะลา ลำพูน สุรินทร์ และอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมร่วมเป็นจังหวัดนำร่อง โดยรับงบประมาณเพื่อพัฒนาการเรียนรู้และการยกระดับการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนด้วยความริเริ่มของพื้นที่ จังหวัดละ ๓ ล้านบาท
· จังหวัดด้านการสื่อสารดีเด่น ที่นำเสนอเนื้อหาโครงการครูสอนดีชัดเจนต่อเนื่อง และก่อให้เกิดเครือข่ายการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง จำนวน ๗ จังหวัด คือ จังหวัดภูเก็ต แม่ฮ่องสอน ปทุมธานี สุราษฏร์ธานี ยะลา เพชรบุรี และสุพรรณบุรี
· ครูสอนดี ผู้ได้รับทุนในการดูแลเด็กด้อยโอกาสในสังคม จำนวน ๕๔๙ คน เช่น นายสามารถ สุทะ ครูในห้องเรียนเรือนแพ ร.ร.บ้านก้อจัดสรร อ.ลี้ จ.ลำพูน ซึ่งสอนหนังสือให้กับลูกหลานชาวประมงบนเขื่อนภูมิพล ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึง ป.๖ โดยมุ่งบูรณาการวิถีชีวิตของเด็กที่อยู่บนเรือนแพ และใช้ชีวิตอยู่กับลูกศิษย์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และนายรังสรรค์ ธรรมวัฒนา ครูเรือนจำผู้พลิกแดนคุมขังเป็นห้องเรียน หัวหน้าฝ่ายการศึกษาและพัฒนาจิตใจส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง จ.ปทุมธานี ซึ่งได้จัดหลักสูตรที่ตรงความต้องการของผู้เรียน จัดตั้งทีมเจ้าหน้าที่ผู้คุมให้สอนในวิชาที่ถนัด และประสานเครือข่ายสถาบันการศึกษาภายนอกให้ช่วยสอนวิชาเฉพาะทาง รวมทั้งจัดสถานที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จะใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนอย่างเหมาะสม 
ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2012/aug/212.html
ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest
ป้ายกำกับ: ข่าวครูไทย
บทความที่เก่ากว่า หน้าแรก
สมัครสมาชิก: บทความ (Atom)
Instagram
เรียบง่าย ธีม. ขับเคลื่อนโดย Blogger.