นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาหนี้สินครูว่า ประเด็นสำคัญ คือ การลดดอกเบี้ยเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) โดยจะให้ทางสกสค.สำรวจจำนวนยอดหนี้ที่มีอยู่ทั้งระบบ เพื่อดูว่าจะสามารถลดดอกเบี้ยได้มากที่สุดเท่าไหร่ ให้เป็นไปตามเป้าหมายของการจัดตั้งช.พ.ค. ที่ไม่หวังกำไร แต่เพื่อช่วยเหลือสวัสดิการเพื่อนครู ขณะเดียวกันต้องตั้งเป้าว่า ผลสำเร็จของช.พ.ค. อยู่ที่ครูกู้น้อย และต้องสร้างความเข้าใจให้ครูเป็นต้นแบบที่ดีกับสังคม จะต้องมีตัวกำกับที่กำหนดระยะเวลา ว่าผ่านไป 1 ปี แล้วให้กู้เพิ่ม ก็อาจจะต้องเพิ่มเป็น 2 ปี หรือจะต้องให้ยอดหนี้ลดลงมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ก่อน ถึงจะสามารถกู้เพิ่มได้
ปลัดศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนที่นายสมศักดิ์ ตาไชย เลขาธิการสกสค. เสนอแนวทางการแก้ไขโดยจะปล่อยสินเชื่อมั่นคงให้ครูนั้น คงต้องหารือกันใหม่ เพราะสกสค.ไม่ใช่ธนาคารที่จะให้ครูกู้ได้ แต่จะต้องพยายามลดหนี้ครูและส่งเสริมให้ครูและนักเรียนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยให้ดึงเงินจากกองทุนต่างๆ อาทิ กองทุนตั้งตัวได้ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี หรือแหล่งกองทุนในพื้นที่ แล้วรวมกลุ่มทำอาชีพเสริมในโรงเรียน โดยเน้นอาหารของนักเรียนให้ครบ 5 หมู่ และมีสารไอโอดีน ในสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้เด็กมีไอคิวเพิ่มขึ้น
"อีกแนวทางหนึ่งคือพัฒนาครูให้มีความรู้เรื่องประเทศอาเซียนมากขึ้น โดยรัฐบาลจะจัดหากองทุนหรืองบฯ สนับสนุนให้ครูมีรายได้เสริม โดยการสอนพิเศษเรื่องอาเซียนให้กับเด็กๆ แล้วหักเงินมาใช้หนี้ทันที โครงการนี้จะเป็นไปตามความสมัครใจของครูเอง ที่สำคัญต้องมีวินัยการเงินเข้ามากำกับ มั่นใจว่าจะสามารถประเมินผลงานได้ทุกๆ 3 เดือน เริ่มโครงการมีครูเข้าร่วมกี่คนและหนี้ลดลงเท่าไหร่ จะมีตัวชี้วัดโดยใช้ฐานข้อมูลที่เป็นจริง" นางพนิตากล่าว
ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2555